วิธีการรักษา

          พูดถึงการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั่วไปหลายประเทศหลายเมือง หลายจังหวัด คนในชุมชน ของหมอพื้นบ้านภูมิปัญญาชาวบ้านจากบรรพบุรุษสืบทอดกันมาหลายพันปี แต่ปู่ – ย่า ตา ทวด เพื่อช่วยด้านสุขภาพที่ดี เมื่อมีปัญหาสุขภาพและภัยทางสุขภาพมาเบียดเบียน ก็มีหลายอย่างหลายแบบ เช่น นวด ตอกเส้นผ่อนคลาย. นวดตอกเส้น ปรับปรุงความสมดุลย์โครงสร้างร่างกาย ย่ำขาง (เหยียบไฟ) เป่าเช็ด แหก ยากิน ยาพ่น ยาอม ยาทา ยาแซ่ยา ประคบ  อยู่ไฟหลังคลอด( อยู่กรรม เพื่อสุขภาพของผู้หญิงหลังจากคลอดลูกแล้วโดยตรง)ยาสมุนไพรนึ่งท้องหลังคลอด ลดไขมันหน้าท้อง อบไอน้ำสมุนไพรพื้นบ้าน มีหลายแบบหลายอย่างด้วยกัน แต่ละพื้นที่การทำงานหรือการให้การช่วยเหลือคนในชุมชนหรือนอกพื้นที่ ก็เหมือนกันแต่บางท้องที่ก็ไม่เหมือนกันแม้จะเป็นภูมิปัญญาแบบเดียวกัน ฉะนั้นจึงไม่แตกต่างสำหรับท่านที่เคยได้ยินมาจนชินหู ของดีก็มีของไม่ดีก็มี ซึ่งหมอยาไม่ดีก็มี หมอยาดีก็มี แต่หมอไม่เปิดเผยตัวก็มี ภูมิปัญญาดีแต่หมอเงียบขรึมก็มีอย่ามองข้ามและอย่าคิดว่าทุก ๆ คนจะเหมือนกันในกรณีนี้ทุกๆอย่าง จะต้องมีกำหนดการ เป็นช่วงเป็นระยะเป็นเวลา เพื่อคนที่มาหาเราจะได้สบายใจได้ดีแล้ว แต่หมอดีอยู่ที่คนไข้หาย ยาดีอยู่ที่คนไข้สบายขึ้น นี่แหละคือของจริงและทุก ๆ อย่างจะต้องพิสูจน์เพราะว่าภูมิปัญญาไทยด้านหมอพื้นบ้าน มันก็หลากหลายจนนับไม่ถ้วน

 
         แต่การที่คิดจะช่วยคนให้หลุดพ้นความทุกข์ทรมานจากภัยไข้เจ็บปัญหาสุขภาพนั้นนั้น ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากจนยืนหยัดของจริงให้ปรากฏ ทำให้ผู้คนรับรู้ สิ่งนั้นให้ได้ ไม่ว่า(หลังจากรับความช่วยเหลือแล้ว รู้สึกแตกต่าง เบาสบายคล่องตัว ง่ายก่วา สบายขึ้นอย่างนั้น)จะอยู่ในประเทศ หรือต่างประเทศก็เหมือนกัน จะเป็นการใช้ยาสมุนไพรพื้นบ้าน พิธีกรรมต่าง ย่ำขาง เป่า เช็ด แหก นวดไทยแผนโบราณ นวดพื้นบ้าน ตอกเส้น  แต่การนวดตอกเส้น ปรับปรุงความสมดุลโครงสร้างร่างกาย หลายอย่างที่คอยช่วยท่านที่มารับบริการเพื่อสุขภาพที่ดี

          แต่คนต่างชาติจะรู้มากกว่าหลายสิบเท่าตัวเพราะการสืบเสาะแสวงหา  ของดีของจริงที่แตกต่าง เขาไม่ตามกระแส เขาไปตามความเป็นจริงที่แสดงให้เห็นด้วยตัวเขาเอง  กับผู้ใช้บริการหรือผู้ที่เรียนรู้มากกว่ากันหากพวกเราไตร่ตรองวิเคราะห์หาข้อเท็จจริงจากบรรพบุรุษที่ใช้รักษากันนมนาน ก็จะรู้ได้เหมือนกันว่าสิ่งใดอันไหนมีประโยชน์กับอะไร ใช้ได้ผลมากน้อยแค่ไหน ประโยชน์ต่าง ๆ ก็จะตกอยู่กับพวกเราชาวไทยทั้งหมด จริงอย่างที่คำพังเพยเขาเขียนไว้ว่า (ใกล้เกลือกินด่าง) มันเป็นของธรรมชาติเพราะการพัฒนาได้ไปไกลจนลืมมองข้างหลังจนกระทั่งลืมมองลึก ๆ ไปว่า สิ่งใดที่มีคุณอนันต์ก็มีโทษมหันต์ สิ่งที่คิดว่าดีเสมอไปเวลาใช้อาจไม่ดีพอก็มี สิ่งที่ยืนยัดมาจากปู่ย่า ตาทวด อยู่ได้เท่าทุกวันก็เพราะประสิทธิภาพ คุณภาพมาตรฐานของภูมิปัญญาพื้นบ้าน ยาพื้นบ้าน และหลาย ๆ อย่าง จึงยืนหยัดอยู่ได้ทุกวันนี้

         แต่ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ถูกลืมหรือมองผ่านไปแขนงนี้ก็คือ การนวดตอกเส้นปรับปรุงความสมดุลโครงสร้างร่างกาย หรือภูมิปัญญาหลาย ๆ อย่างของหมอพื้นบ้าน (หมอชาวบ้าน) ซึ่งเรียนมาจากประสบการณ์ไม่มีโรงเรียนไม่มีใบประกาศ แต่คุณภาพน่าพิสูจน์น่าเรียนไว้ น่าศึกษาไว้ น่าสืบทอดไว้นะ เข้ามาพิสูจน์ดูนั้นแหละจะรู้ผล สิ่งใดไม่เหมาะกับตนก็ปล่อยไว้ก่อน เพราะการดูแลสุขภาพของเรา เราต้องพิสูจน์และรู้ได้ด้วยตัวของเราเองเท่านั้น,ต้องรู้เขารู้เราเอาประโยชน์ของลูกค้าเป็นที่ตั้ง
 
 
        คงไม่เสียเวลามากหากว่าจะริ่เริ่มศึกษา ดีกว่าไปเสียเวลา กินน้ำปลาตอนสิ้นไป ที่ทำเป็นอาหารหลักอยู่ทุก ๆ วันของชมรมฯ ก็มีอยู่ 2 แบบอย่าง เพื่อการเปรียบเทียบคือ

  1. ตอกเส้นล้านนา.นวดพื้นบ้าน.นวดกดจุด. เป่า.เช็ดแหก. เหยียบไฟ
  2. นวดตอกเส้นเพือปรับปรุงความสมดุลโครงสร้างร่างกายที่เห็นว่ามีประโยชน์เปรียบเทียบได้กับหลาย ๆ ศาสตร์หลายแขนง นอกจากนั้นอย่างอื่น ๆ ก็ทำควบคู่กันไปตามกาลเวลา สิ่งที่ชาวต่างประเทศรู้จักดีก็คือ ตอกเส้นคมสไตล์ ที่สนใจและอบรมแบบนี้ก็คือ ไม่มีที่ไหนเลยมีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ไม่เคยคิดอะไรอย่างอื่นเพราะเราสืบทอดมาจากบรรพบุรุษของเราเป็นความภูมิใจของเรา อยากเผยแพร่ให้ทุกส่วนได้รับรู้ถึงคุณประโยชน์อันแท้จริง เพราะการเรียนรู้คู่กับธรรมะ การไหว้พระ คู่กับไหว้บิดา – มารดา การเรียนรู้ภูมิปัญญาเพื่อสุขภาพ คู่กันทราบการออกกำลังกาย ลองพิจารณาดู แล้วรู้เอง 
  3. นวดตอกเส้นจัดกระดูกปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย จะหายากไม่มีที่ไหนเลย นอกจากที่ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านแห่งนี้เท่านั้น

หลักใหญ่ ๆ ของการนวดตอกเส้นปรับปรุงความสมดุลโครงสร้างร่างกายมีดังนี้

  1. ปรับปรุง.เช่นกระดูกเคลื่อน กระดูกทับเส้น จะมีอาการดังนี้ ถ้ามีปัญหาช่วงบนก็จะมีอาการปวดต้นคอ ปวดขึ้นหัว ปวดไหล่ ปวดร้าวลงแขน – ชา,ถ้าอาการหนักเข้าจะมีอาการชาตามมาถ้ามีปัญหาช่วงล่างก็จะปวดสันหลัง แวดบั้นเอว ปวดสะโพก แวดร้าวลงขา –ชา
  2. ปรับร้อน ปรับเย็น ปรับสมาน ปรับเนื้อเยื้อ ปรับกล้ามเนื้ออันแข็งแกร็งให้อ่อนนุ่ม และสมดุล
  3. ทำให้เส้นเลือดลม ความสมดุลข้างในทำงานดีขึ้นเลือดลมเดินได้สะดวก เส้นประสาททำงานได้สะดวกดีไม่มีมึน – ชา อาการปวดก็อ่อนลง การให้บริการอย่างอื่นนอกจากนี้ ก็ควบคู่กันไปบางกรณี หรือเกี่ยวกับอาการนั้น ๆ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านโดยตรง สิ่งใด อาการใด ที่ช่วยไม่ได้ ก็ขออนุญาต (และแนะนำกันตามที่รู้) ถ้าเช็ค ซักประวัติ ดู ดม ฟัง คลำ บวก ลบ คูณ หาร อ่านไม่ออก ก็จะไม่รับ เพราะว่าทุก ๆ คน ทุก ๆ ท่าน มาหาเราก็ต้องการให้ตัวเองสบายหายจากอาการที่ทนทุกข์ทรมาน แต่ถ้าเช็คแล้วรู้ที่มา ก็ตอบรับทันที ฉะนั้นการนวดตอกเส้นจัดกระดูกปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายที่ ปู่ ย่า ตา ทวด ได้ศึกษาควบคู่มากับธรรมชาติภูมิปัญญา พิจารณาพืชผัก ต้นไม้ใบหญ้า มหิงษานานาพันธ์ ธัญญาหาร วัตถุธาตุต่าง ๆ ทุก ๆ อย่างล้วนแต่เป็นยา และทุก ๆ อย่างมีทั้งคุณประโยชยน์ มีทั้งโทษ แล้วแต่ส่วนผสม เช่นสลอด กินเยอะ ๆ แทบจะไปหาหมอไม่ทัน แต่ถ้าผสมกันตามส่วนที่ถูกต้องก็เป็นยาสมุนไพรที่ดี เป็นต้น

          การปรึกษาหารือเป็นเรื่องธรรมดาและจำกัดสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ
พวกนี้เกิดจากขาดสมดุลของธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ หรืออาการ 32 อย่าง (คือ ธาตุ ดิน 12. ธาตุน้ำ 20 ที่อยู่ในตนตัวของคนมี32อย่างที่จับต้องได้ ส่วน ธาตุ ลมและธาตุไฟ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและไมาสามารถจับต้องได้ด้วย) ฉะนั้นการแพทย์พื้นบ้าน หมอพื้นบ้าน จึงมีบทบาท จากภูมิปัญญา ยาสมุนไพร พูดง่ายก็คือช่วยกันแบบองค์รวม 4 ประสาน ปรับสมานสามัคคีที่มีการกำเริบ หรือหย่อน บกพร่อง กระด้าง แข็งปวด 

          ชุมชนชาวบ้านในสมัยก่อนและเดี๋ยวนี้ ซึ่งสร้างความมีสุขภาพดี สบายกาย สบายใจ สร้างความอบอุ่น มีความรักความสามัคคี ทำให้เป็นกลุ่มปรึกแผ่น ส่วนหนึ่งก็มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน หมอพื้นบ้าน เพราะความดีซึ่งได้ช่วยรักษา ซึ่งกันและกัน “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า” จะแตกต่างกันมากกับสมัยเดี๋ยวนี้

          หมอพื้นบ้านภูมิปัญญาชาวบ้าน ถ้าศึกษาจริง ๆ ก็ไม่รู้จบเหมือนกัน ซึ่งปู่ – ย่า ตา ทวดได้ธรรมชาติ ภูมิปัญญาพิจารณาพืชผักต้นไม้ใบหญ้าแต่ละต้นมีคุณค่ามาก ถ้าบริโภคให้ถูกต้องตามสักษณะและตรงตามปัฐหาสุขภาพที่มีในเวลานั้นๆ.

วิธีการรักษา

  • เมื่อคนไข้เข้ามาจะต้องสังเกตดูตั้งแต่เริ่มเห็นคนเดินเข้ามาว่ามีอาการลักษณะอย่างไร
  • ซักประวัติ สังเกตคำพูด เสียงพูด ที่ออกมาจากปากว่าเป็นอย่างไร?
  • จับคลำ ตรวจเช็ค ดูตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  • สังเกต ดมกลิ่นตัว
  • เช็คตรวจราศีประจำวัน เดือน ปี เกิด ว่ามีปัญหาสุขภาพประจำตัวอะไร?(ตาม วัน เดือน ปี เกิดแต่ละคน.
  • ถ้ารู้ว่าสามารถช่วยได้,หลังจากนั้นก็ทำงานตามวิธีการหมอชาวบ้าน
  • ทำครั้งเดียวก็จะรู้เลยว่า ถูกไหม ? หากสบายขึ้นก็คือเริ่มดีขึ้น
  • หรือบางครั้งก็จะกำหนดวันให้ว่าถ้าอาการดีขึ้นตามกำหนดก็คือ ถูกต้องตามที่ได้กำหนดให้ การที่จะให้ยาสมุนไพรก็เป็นบางกรณี
  • บางครั้ง บางคนอาจจะทำเทียนบูชา สะเดาะเคราะห์,สืบชะตา,รับโชค และอื่น ๆ ตามภูมิปัญญาหมอพื้นบ้าน
 

ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านวิสาหกิจชุมชน ชมรมหมอเมืองเพื่อสุขภาพมวลชน

[email protected]com
[email protected]